แทงมวยรายยกคืออะไร ดูราคาช่วงพักยกทีละยกอย่างไร
แทงมวยรายยกคือการวางบิลทีละช่วงพักยก แทนการวางครั้งเดียวก่อนระฆัง เมื่อจบยก ค่ายราคาจะเปิดราคาต่อรองรอบใหม่ตามเกมที่เพิ่งเห็น ในช่วงที่ค่ายเปิด คุณตัดสินใจใหม่ได้ทุกยกว่าจะวางฝั่งไหน วางเพิ่ม วางสวน หรืออยู่เฉย ๆ คำนี้ในวงคนเล่นส่วนใหญ่หมายถึงการทายผู้ชนะของทั้งไฟต์โดยเปิดบิลในแต่ละช่วงพัก ไม่ได้หมายถึงการทายว่าใครได้ยกนั้น ส่วนตลาดแบบทายผลเฉพาะยกจะมีหรือไม่ ขึ้นกับค่ายราคาแต่ละเจ้า
ไฟต์ห้ายกมีจังหวะให้ตัดสินใจกี่ครั้ง
มวยไทยอาชีพแบบห้ายกโดยทั่วไปชกยกละสามนาที พักระหว่างยกสองนาที จึงมีช่วงพักสี่ครั้ง บวกช่วงก่อนชกอีกหนึ่ง รวมเป็นห้าจังหวะ ระบบของแต่ละค่ายอาจเปิดราคาไม่ครบทุกช่วง และรายการที่ชกสามยกจะมีจังหวะน้อยกว่านี้ ดูรายการที่ค่ายเปิดจริงเป็นหลัก
แต่ละช่วงพักควรดูอะไร
ข้อสังเกตต่อไปนี้เป็นธรรมชาติทั่วไปของมวยห้ายกแบบเวที ไม่ใช่กฎ และไม่ใช่คำแนะนำว่าควรวางฝั่งไหน
| ช่วง | สิ่งที่มักเกิด | สิ่งที่ควรดู |
|---|---|---|
| ก่อนชก | ราคาตั้งจากชื่อชั้นและฟอร์ม | ราคาเปิดเท่าไร ใครเป็นต่อ |
| หลังยก 1 | มักดูเชิงกัน ราคาขยับน้อย | ใครคุมระยะได้ ใครดูสด |
| หลังยก 2 | เริ่มออกอาวุธจริง | อาวุธหลักของแต่ละคนเข้าเป้าไหม |
| หลังยก 3 | ราคาเริ่มไหลแรง | ใครเดินหน้า ใครถอย แรงเหลือแค่ไหน |
| หลังยก 4 | ราคามักลึกหรือขาดแล้ว | ฝั่งต่อคุ้มไหม ฝั่งรองเหลือทางอะไร |
มวยไทยแบบเวทีให้คะแนนเป็นรายยก และโดยธรรมเนียมยกกลางถึงยกปลายมีน้ำหนักกับผลมาก คนเล่นจำนวนมากจึงรอดูยกสามก่อนวางเงินก้อนหลัก ข้อแลกเปลี่ยนคือยิ่งรอ ราคาก็ยิ่งสะท้อนสิ่งที่ทุกคนเห็นไปแล้ว สิ่งที่ได้จากการเห็นเกมจึงต้องแลกกับราคาที่แย่ลง
ตัวอย่างที่หนึ่ง วางก่อนชกแล้วเก็บกำไรบางส่วน
ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติ และคิดราคาสองฝั่งแบบสมมาตรเพื่อให้ตามง่าย
ตั้งงบคู่นี้ไว้ 1,000 บาท บิลแรกก่อนชก วางแดง 500 บาทที่ราคาแดงต่อ 5/4 ถ้าแดงชนะได้กำไร 400 บาท ถ้าแพ้เสีย 500 บาท
จบยกสาม แดงนำชัด ราคาไหลเป็นแดงต่อ 3/1 ตอนนี้น้ำเงินเป็นรอง วาง 1 ได้ 3 คุณวางน้ำเงิน 150 บาท ถ้าน้ำเงินชนะ บิลนี้ได้กำไร 450 บาท
- แดงชนะ บิลแรกได้ 400 บิลสองเสีย 150 รวมกำไร 250 บาท
- น้ำเงินชนะ บิลแรกเสีย 500 บิลสองได้ 450 รวมขาดทุน 50 บาท
ใช้เงินวางรวม 650 บาท อยู่ในงบ ผลคือยอมลดกำไรจาก 400 เหลือ 250 บาท เพื่อแลกกับการที่ถ้าโดนพลิก จะเสียแค่ 50 บาทแทน 500 บาท
ตัวอย่างที่สอง เกมพลิกแล้วตัดความเสียหาย
บิลแรกเหมือนเดิม วางแดง 500 บาทที่แดงต่อ 5/4 แต่คราวนี้จบยกสามน้ำเงินคุมเกมได้ ราคากลับเป็นน้ำเงินต่อ 2/1 ฝั่งต่อวาง 2 ได้ 1 คุณวางน้ำเงิน 400 บาท ถ้าน้ำเงินชนะ บิลนี้ได้กำไร 200 บาท
- แดงชนะ บิลแรกได้ 400 บิลสองเสีย 400 รวมเท่าทุน
- น้ำเงินชนะ บิลแรกเสีย 500 บิลสองได้ 200 รวมขาดทุน 300 บาท
ใช้เงินวางรวม 900 บาท ยังไม่เกินงบ 1,000 บาท ทางนี้ไม่มีผลไหนได้กำไร แต่ความเสียหายสูงสุดลดจาก 500 เหลือ 300 บาท จะทำหรือไม่ขึ้นกับว่าคุณยังเชื่อบิลแรกแค่ไหน ถ้ายังเชื่อว่าแดงกลับมาได้ การไม่ทำอะไรเลยก็เป็นทางเลือกที่ไม่ผิด
ในระบบจริง ราคาฝั่งรองมักต่ำกว่าแบบสมมาตรเล็กน้อย ตัวเลขจะออกมาแย่กว่าตัวอย่างนิดหน่อย ให้คิดจากยอดในบิลเสมอ ความหมายของคำว่าไหล กลับ และออกตัว อ่านได้ในบทความศัพท์ราคามวย และสูตรคิดเงินของทุกราคาอยู่ในหน้าวิธีอ่านราคามวย
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยเมื่อวางทีละยก
- วางทุกยกเพราะรู้สึกว่าต้องมีส่วนร่วม ทั้งที่ยกนั้นไม่มีราคาที่อยากได้ การปล่อยผ่านคือการตัดสินใจอย่างหนึ่ง
- ไล่วางฝั่งต่อเมื่อราคาลึกแล้ว เพราะคิดว่าได้แน่ ที่ 10/1 วาง 1,000 บาทได้กำไร 100 บาท พลาดครั้งเดียวเท่ากับถูกสิบครั้ง
- วางสวนโดยไม่คิดเลข ทำให้ผลทั้งสองทางออกมาขาดทุน
- เชื่อภาพในจอมากเกินไป ภาพถ่ายทอดมักช้ากว่าเวทีจริง ราคาอาจขยับก่อนที่คุณจะเห็น
- ไม่นับยอดรวม วางบิลละ 200 บาทห้าบิลก็เท่ากับ 1,000 บาทในคู่เดียว
คุมงบอย่างไรเมื่อวางได้หลายครั้งในคู่เดียว
วิธีที่ง่ายที่สุดคือกำหนดงบต่อคู่ก่อนระฆังยกแรก แล้วแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกสำหรับบิลที่ตั้งใจวาง ส่วนที่สองเก็บไว้เผื่อออกตัวหรือวางเพิ่มเมื่อเห็นเกม อย่างในตัวอย่างข้างบน งบ 1,000 บาท ใช้บิลแรก 500 บาท เหลืออีก 500 บาทไว้ตัดสินใจหลังยกสาม ใช้ครบแล้วดูอย่างเดียว ไม่ฝากเพิ่มกลางไฟต์ วิธีแบ่งงบทั้งคืนเมื่อมีหลายคู่อยู่ในบทความตั้งงบต่อคืนมวย
อยากลองต้องเริ่มตรงไหน
การวางบิลช่วงพักทำได้ในรายการที่ค่ายราคาเปิดให้ วิธีเข้าเมนูและลำดับการกดอยู่ในหน้ามวยพักยก ถ้ายังไม่มีบัญชี ดูขั้นตอนสมัครได้ ใช้เบอร์มือถือกับบัญชีธนาคารชื่อตัวเอง ฝากขั้นต่ำ 100 บาท ภาพรวมของมวยทุกแบบที่วางได้อยู่ที่หน้าแทงมวยออนไลน์ คืนแรกแนะนำให้ดูราคาไหลสักสองสามคู่โดยไม่วางเงินก่อน จะเห็นเองว่าราคาเดินเร็วแค่ไหน แล้วค่อยเริ่มด้วยเงินน้อย การแทงมวยทุกแบบมีโอกาสเสียเงิน ไม่มีจังหวะไหนที่ปลอดความเสี่ยง
