ศัพท์ราคามวยที่ต้องรู้ ต่อ รอง เสมอ ไหล แปลว่าอะไร

เกม · 2026-10-07

ศัพท์ราคามวยที่ต้องรู้ก่อนมีสี่คำ ต่อคือฝ่ายได้เปรียบที่ต้องวางมากเพื่อได้น้อย รองคือฝ่ายเสียเปรียบที่วางน้อยแต่ได้มาก เสมอคือผลที่ไม่มีผู้ชนะ และไหลคืออาการที่ราคาขยับไปทางเดียวต่อเนื่อง รู้สี่คำนี้ก็อ่านหน้าราคาออกเกินครึ่งแล้ว ที่เหลือในบทความเป็นคำที่จะได้ยินตามมาเมื่อเริ่มแทงมวยจริง พร้อมตัวอย่างตัวเลข ทุกตัวอย่างเป็นเลขสมมติ

นวมมวยสีทองวางข้างกระดานตัวเลขราคา

สรุปศัพท์ทั้งหมดในตารางเดียว

คำความหมายสั้น ๆใช้ตอนไหน
ต่อฝ่ายได้เปรียบ วางมากได้น้อยทุกครั้งที่อ่านราคา
รองฝ่ายเสียเปรียบ วางน้อยได้มากทุกครั้งที่อ่านราคา
เสมอผลชกไม่มีผู้ชนะตอนสรุปผลบิล
ไหลราคาขยับทางเดียวต่อเนื่องระหว่างยกและช่วงพักยก
กลับฝ่ายต่อกับฝ่ายรองสลับกันเมื่อเกมพลิก
ขาดนำห่างจนราคาลึกมากยกท้าย ๆ
ออกตัววางสวนบิลเดิมเพื่อลดความเสี่ยงเมื่อราคาเปลี่ยนจากตอนวาง
มวยตู้มวยที่ถ่ายทอดทางโทรทัศน์คำเรียกประเภทรายการ

ต่อกับรอง สองคำที่อยู่ในทุกราคา

ราคาแบบไทยเขียนเป็นเลขสองตัว เช่น 3/2 ตัวหน้าเป็นของฝั่งต่อ ตัวหลังเป็นของฝั่งรอง เวลาพูดจะบอกมุมนำหน้า เช่น แดงต่อสามสอง

ตัวอย่าง แดงต่อ 3/2

วิธีคิดคือ ฝั่งต่อเอาเงินที่วางคูณตัวหลังหารตัวหน้า 300 คูณ 2 หาร 3 ได้ 200 ฝั่งรองเอาเงินที่วางคูณตัวหน้าหารตัวหลัง 200 คูณ 3 หาร 2 ได้ 300 ในหน้าราคาจริง ค่ายมักเปิดราคาสองฝั่งแยกกันและฝั่งรองอาจได้น้อยกว่านี้ ให้ดูยอดในบิลเป็นหลัก ตารางราคาอื่นอยู่ในหน้าราคามวย

เสมอ มีสองความหมายที่คนมักสับสน

ความหมายแรกคือผลการชก กรรมการให้คะแนนเท่ากัน ไม่มีผู้ชนะ บิลจะถูกจัดการอย่างไรขึ้นกับกติกาของค่ายราคา ให้ดูในบิลหรือกติกาของค่ายนั้น อย่าเดาเอาเองว่าได้ทุนคืนเสมอไป

ความหมายที่สองเป็นภาษาปากของคนเล่น ใช้เรียกคู่ที่สูสีจนยังไม่มีใครเป็นต่อ บางคนพูดว่าราคาเสมอกัน หรือยังไม่มีต่อรอง ในความหมายนี้ไม่ได้พูดถึงผลชกเลย ฟังบริบทให้ดีว่าคนพูดหมายถึงแบบไหน

ไหล กลับ ขาด สามอาการของราคาระหว่างยก

ไหล

ราคาที่ขยับไปทางเดียวต่อเนื่องเรียกว่าไหล เช่น เปิดที่แดงต่อ 5/4 จบยกสามเป็น 2/1 จบยกสี่เป็น 5/1 คนจะพูดว่าราคาไหลไปทางแดง ผลต่อเงินชัดมาก วางแดง 500 บาทที่ 5/4 ได้กำไร 400 บาท แต่วาง 500 บาทเท่ากันที่ 5/1 ได้กำไรเหลือ 100 บาท ยิ่งไหลไกล ฝั่งต่อยิ่งได้น้อย

กลับ

เมื่อฝ่ายที่เป็นรองแก้เกมได้จนขึ้นมาเป็นต่อแทน เรียกว่าราคากลับ เช่น ยกสองแดงต่อ 5/4 พอจบยกสามกลายเป็นน้ำเงินต่อ 3/2 คนที่ถือบิลแดงไว้จะเริ่มคิดเรื่องออกตัว

ขาด

ใช้เมื่อฝ่ายหนึ่งนำห่างจนอีกฝ่ายแทบไม่มีทางตามทันด้วยคะแนน ราคาจะลึกมาก เช่น 10/1 หรือมากกว่า วางฝั่งต่อ 1,000 บาทได้กำไร 100 บาท ส่วนฝั่งรองวาง 100 บาทได้กำไร 1,000 บาท แต่จะถูกก็ต่อเมื่อเกิดเรื่องพลิกอย่างการน็อก ซึ่งเกิดได้แต่ไม่บ่อย

ออกตัว คำที่ต้องคิดเลขก่อนทำ

ออกตัวคือการวางบิลใหม่สวนกับบิลเดิมในไฟต์เดียวกัน เพื่อจำกัดความเสียหายหรือเก็บกำไรบางส่วน

ตัวอย่าง คุณวางแดง 500 บาทที่ราคาแดงต่อ 5/4 ไว้ก่อนชก ถ้าแดงชนะได้กำไร 400 บาท จบยกสามแดงนำ ราคาไหลเป็นแดงต่อ 3/1 คุณวางน้ำเงิน 100 บาทในฐานะฝั่งรอง

การออกตัวไม่ได้ทำให้ชนะทุกทาง แค่เปลี่ยนรูปร่างของความเสี่ยง และทำได้เฉพาะในรายการที่ค่ายเปิดราคาระหว่างพักยก วิธีวางบิลช่วงนั้นอธิบายไว้ในหน้าแทงมวยพักยก และมีตัวอย่างเพิ่มในบทความแทงมวยรายยก

มวยตู้ พักยก และคำอื่นที่ได้ยินบ่อย

มวยตู้ คือคำที่คนเล่นใช้เรียกมวยที่ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ คำว่าตู้มาจากตู้โทรทัศน์ คนดูอยู่ที่บ้านหรือร้านแล้ววางเงินตามภาพในจอ ต่างจากการไปนั่งข้างเวที

พักยก คือช่วงหยุดระหว่างยก มวยไทยอาชีพแบบห้ายกโดยทั่วไปชกยกละสามนาที พักสองนาที ช่วงนี้เองที่ราคารอบใหม่ถูกเปิด

ราคาเปิด คือราคาแรกของคู่นั้นก่อนระฆัง ใช้เป็นจุดเทียบว่าตลาดมองคู่นี้อย่างไรตั้งแต่ต้น

บิล คือรายการเดิมพันหนึ่งรายการ ระบุฝั่ง ราคา และจำนวนเงิน เมื่อยืนยันแล้ว โดยทั่วไปราคาในบิลจะไม่เปลี่ยนตามราคาที่ไหลทีหลัง

รู้ศัพท์แล้วควรทำอะไรต่อ

รู้คำแล้วลองเปิดหน้าราคาดูของจริงโดยยังไม่ต้องวางเงิน ดูสักสองสามคู่ว่าราคาเปิดเท่าไร ไหลไปทางไหนหลังแต่ละยก แล้วลองคิดเลขในใจว่าถ้าวาง 100 บาทจะได้เสียเท่าไร เทียบกับยอดที่ระบบคำนวณ ทำแบบนี้จนคล่องค่อยเริ่มบิลจริงด้วยเงินน้อย

ยังไม่มีบัญชีก็สมัครแทงมวยไว้ก่อนได้ ไม่มีค่าสมัคร และฝากเมื่อพร้อม ลำดับการเปิดบิลแรกอยู่ในบทความวิธีแทงมวยทีละขั้น ส่วนภาพรวมของมวยที่วางได้ดูที่หน้าแรกแทงมวย สุดท้าย ศัพท์ช่วยให้อ่านเกมออก แต่ไม่ช่วยให้ชนะ วางเฉพาะเงินที่เสียได้ และหยุดเมื่อถึงงบที่ตั้งไว้